วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วิธีการยื่นภาษีผ่านเน็ต ภ.ง.ด. 91

เนื่อง จากว่าปวดหัวกับการกรอกภาษี หลังจากที่ยื่นผ่านเน็ตเรียบร้อยแล้ว ขอเป็นอาสาสมัครเขียน manual ละกัน เผื่อใครจะใช้ดูประกอบเวลายื่น


1. เข้าเว็บ http://www.rd.go.th/publish/index.html ดูตรง hot menu แล้วเลือกยื่นแบบผ่านเน็ต

2. หลังจากกดปุ่มในข้อ 1 มันก็จะมาโผล่ที่ https://rdserver.rd.go.th/publish/index.php หน้าตาเป็นอย่างนี้

screen


อะไรที่เราจะใช้ใน ภงด 91 จะอยู่ตรง what's new

3. เห็นตรงล่างขวาใช่มั๊ย คำว่าบริการยื่นแบบ เห็นแล้วเก็บไว้ ไม่ต้องกด



4. ให้ไปดูที่ what’s new แล้วมาเลือกที่ ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 (คนธรรมดา ทำงานกินเงินเดือน)



screen log in



ล็อกอินด้วยเลขประจำตัวประชาชน กับรหัสที่ตั้งไว้

5. หลังจากนั้นก็ดูข้อมูลตัวเองว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกก็แก้ มีปุ่มให้แก้อยู่แล้ว

6. ทีนี้ล่างสุดเนี่ย มันจะมีปุ่มให้อัพโหลดไฟล์ เออ ไฟล์อะไรหว่า อัพโหลดรูปเหรอ ผิด อัพโหลดเพลง ผิด อัพโหลด คลิป ไม่ใช่ มันใช้สำหรับอัพโหลดไฟล์ คำนวณภาษี

7. ไฟล์คำนวณภาษี เอามาจาก http://rdserver.rd.go.th/publish/index.php เห็นหรือเปล่าว่ามันมี โปรแกรมช่วยคำนวณใน ภ.ง.ด. 91 ใน what’s new

8. ก็กรอกเสร็จปุ๊บมันก็จะให้สร้างไฟล์ โดยไฟล์ที่ได้จะเป็นชื่ออะไรยาวๆ นามสกุล TXT

9. ทีนี้ก็อัพโหลดไฟล์ได้


screen tax info

พอ โหลดไฟล์เสร็จ โปรแกรมมันก็จะแปลงรหัส TXT มาเป็นข้อมูลภาษีบนหน้าเว็บให้เราดู ที่สำคัญคือดูขวาล่างไว้ ถ้าได้ภาษีคืนก็เลือกเอาว่าจะรับคืนไหม ส่วนใครที่จะสนับสนุนพรรคการเมืองก็สามารถบริจาคได้ทางซ้ายมือ


10. รวบรัดเลยละกัน ตรวจสอบให้เรียบร้อย ใครได้คืนภาษีก็เลือกรับเงินคืนหรือจะบริจาคให้พรรคการเมืองก็ได้นะ


screen ending


พอเสร็จก็เก็บหลักฐานหน้าจอสุดท้ายไว้ด้วยนะ เผื่อไว้

มหกรรมสมัครงานออนไลน์

สวนกระแสวิกฤตว่างงาน จ๊อบส์ดีบี จับมือ กสิกรไทย ปตท. ชูจ๊อบแฟร์ระดับชาติ

จ๊อบส์ ดีบี ร่วมแก้ปัญหา คนว่างงานช่วยเศรษฐกิจชะลอตัว ในงาน “มหกรรมสมัครงานออนไลน์ : Career Exhibition 2009” ปีที่ 5 จับมือ เครือธนาคารกิสกรไทย –ปตท. และพันธมิตรกว่า 100 องค์กร เปิดรับสมัคร 10,000 ตำแหน่งงานคุณภาพ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิตต์ วันที่ 13-15 มีนาคมนี้

สาธินี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ แม้ว่าจะมีจำนวนของคนว่างงานเพิ่มสูงมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 90,000 คน มหกรรมสมัครงานจะเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่จะช่วยให้ผู้มีความสามารถเหล่านี้ได้งานที่ตรงกับความสามารถและความต้องการ

โดยในปีนี้ ยังคงได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรเช่นเดิม และยังเพิ่มเติมในส่วนของประสิทธิภาพของระบบจัดการข้อมูลของผู้ร่วมงาน โดยการนำ โซลูชัน e-Recruitment มาใช้ในการติดตั้งคอมพิวเตอร์กว่า 450 เครื่อง เพื่อรองรับการลงทะเบียนให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผ่านการสแกนบาร์โค้ดทำให้สามารถสมัครงานได้ง่ายรวดเร็ว และหลายตำแหน่ง

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เรื่องย่อละคร ล่องเรือหารัก ช่อง7

ล่องเรือหารัก


เกียรติ หนุ่มนักเรียนนอก ลูกชายมหาเศรษฐี ถูก พักตร์พริ้ง ผู้เป็นแม่บังคับให้แต่งงานกับ นงค์นาฏ ผู้หญิงที่เลือกให้ ขณะที่ บันลือ ผู้เป็นพ่อไม่เห็นด้วยนักกับความจุ้นจ้านของภรรยา เกียรติบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ที่สุดก็ทนการรบเร้าไม่ไหว จำใจต้องยอมแต่งงาน แต่แล้วในวันแต่งจู่ ๆเจ้าสาวก็โดนแฉว่าท้องแล้ว พร้อมกับสามีของเจ้าสาวพาพรรคพวกมาขอเมียคืน พิธีจึงต้องยุติลงพร้อมความเสียใจ และการเสียหน้าของบรรดาญาติทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะเกียรตินั้นอับอายขายหน้าแขกเป็นอันมาก ขณะที่พักตร์พริ้งนึกโกรธแค้น ประกาศในงาน ว่าจะหาผู้หญิงที่เหมาะสมกับลูกชายมาแต่งงานใหม่ในเร็ว ๆ นี้ ความอลหม่านวุ่นวายในงาน แม้จะทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกแย่ แต่สำหรับ อรวี เพื่อนสาวของเกียรติ และจรุงจิตสาวใหญ่รุ่นพี่ เรื่องนี้กลับจุดประกายความหวังในใจ ทั้งคู่ต่างหมายมั่นว่าตนเองจะต้องเป็นเจ้าสาวตัวจริงของเกียรติให้จงได้

เกียรติหนีออกจากงานหลบมาเดินเล่นทอดอารมณ์ที่สะพานใกล้ๆ โดยมีคนสวนชื่อบุญธรรม เดิมตามมาห่างๆ ทั้งคู่ได้พูดคุยกันถึงชีวิตในอดีตของบุญธรรม ที่แม้จะยากจนแต่ก็มีความสุข บุญธรรมเล่าว่า แกมีบ้านอยู่ปากน้ำโพ หาเช้ากินค่ำ พออายุใกล้สามสิบเพื่อนบ้านให้เรือมาลำหนึ่ง ก็หาเงินซื้อของใส่เรือ แล้วล่องไปขาย ชีวิตอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง ค่ำไหนนอนนั่น ขายของหมดที่ไหนก็หาตลาดใกล้ ๆ ซื้อของเร่ขายต่อ ก็สนุกและเป็นอิสระ ได้พบปะผู้คนมากมาย ที่ไม่เคยพบสาว ก็ได้เจอสาวสวยแตกต่างกันไป บุญธรรมเองก็ได้เมียเพราะล่องเรือขายของ แต่เมียของเขามาเสียชีวิตไปก่อน บุญธรรมก็เลยยุติชีวิตล่องเรือแล้วมาเป็นคนสวน คืนนั้นเกียรติปรึกษาพ่อ ขอไปใช้ชีวิตเป็นตัวของตัวเองสักพัก บันลือเห็นใจลูกจึงอนุญาต แต่ก็ไม่วายห่วง จนเกียรติบอกว่าการไปครั้งนี้จะเอาบุญธรรมไปด้วย บันลือจึงคลายวิตกลง

เกียรติล่องเรือลำใหญ่ทาสีฉูดฉาดไปตามลำคลอง ข้างเรือมีป้ายเขียนว่า“มินิมาร์ทลอยน้ำ” ในเรือประกอบด้วยสินค้าแทบทุกชนิด ห้อย วาง แขวน อย่างมีระเบียบ บุญธรรมเป็นคนบังคับเรือ เกียรติพูดออกเครื่องขยายเสียงโฆษณาชวนเชื่อ ตลอดที่เรือผ่าน พอมีลูกค้าริมคลองเรียก ก็แวะขายของเป็นรายทางไป บุญธรรมอารมณ์ดีขายไปร้องเพลงไป เกียรติชอบใจบอกให้บุญธรรมสอนเพลงลูกทุ่งให้บ้าง บุญธรรมจึงแนะให้หาเครื่องเสียงมาหัดร้องกันในเรือว่างเมื่อไหร่ก็ร้องไป สนุกๆ เดี๋ยวก็ชำนาญ ด้วยอารมณ์สนุกเรือผ่านบ้านไหนบุญธรรมก็ยุให้ร้องเพลงจีบสาว จนสาวสองฝั่งน้ำหลงรักเกียรติมากมาย บางครั้งจีบผิดไปจีบเอาคนมีสามีแล้วก็ต้องหักหัวเรือหนีแทบไม่ทัน มันเป็นความสนุกแปลกใหม่จนทำให้เกียรติถึงกับลืมบ้าน หลงใหลอยู่กับเรือและธรรมชาติชนบทริมน้ำ โดยเขาเปลี่ยนชื่อใหม่ในฐานะพ่อค้าว่า “รักเร่”

วันหนึ่ง รักเร่อยากหัดบังคับเรือ แต่พลาดไปทำเรือข้าวแกงเร่ของ พิมพ์จิต และหอมจันทร์ ลูกสาวล่มหม้อข้าวหม้อแกงจมหายต้องดำผลุดดำว่ายหากันจ้าระหวั่น 2หนุ่มช่วยพา2สาวขึ้นจากน้ำ และชดใช้ค่าเสียหายให้ ทั้งคู่จอดเรือใกล้ ๆ บ้านหอมจันทร์เพื่อช่วยซ่อมเรือ อีกทั้งเป็นโอกาสที่รักเร่จะได้ใกล้ชิดหอมจันทร์ เพราะทั้งคู่สะดุดใจกันตั้งแต่แรกเห็น พิมพ์จิตและลูกเป็นคนจน มีความเป็นอยู่ง่าย ๆ แต่มีน้ำใจ เมื่อทั้งคู่ช่วยซ่อมเรือ 2 แม่ลูกก็จุนเจืออาหารการกินให้

เพราะความไม่ชำนาญงานช่าง รักเร่พลาดถูกเลื่อยบาด บุญธรรมจึงพาไปคลินิกใกล้ๆจนได้รู้จักกับ กันยา พยาบาลสาวพราวเสน่ห์ประจำคลินิก กันยาหลงรักรักเร่ตั้งแต่แรกพบ จึงพยายามตามติดประชิดถึงตัว คอยเอาอกเอาใจ จนหอมจันทร์เข้าใจผิดบ่อยๆ กันยาไม่ถูกชะตากับหอมจันทร์ เพราะรู้ว่ารักเร่ชอบหอมจันทร์จึงทำทุกทางเพื่อให้เข้าใจผิดกัน เพราะหมายมั่นจะแย่งมาให้ได้ คนอย่างกันยาไม่ธรรมดา ชอบใคร หลงใคร ก็จะใช้จริตมารยาเข้าใกล้ แต่ถ้าดูใจไปแล้วไม่ปลื้มก็จะตีห่าง ก่อนหน้านี้เธอเคยคบหาหนุ่มมาหลายราย บางคนมีครอบครัวไปแล้วก็จบกัน บางคนยังแค้นกันยาอยู่ก็มี เช่นขวดนักร้องลูกทุ่งไส้แห้ง ที่หลงผิดคิดว่าเธอจริงใจด้วย เพราะกันยาเข้ามาหาเขาก่อน แต่เมื่ออยู่กันไปแล้วไม่เห็นอนาคตเธอก็ตีจากเขาเอาดื้อ ๆเช่นกัน

พักตร์พริ้งต่อว่าบันลือที่ปล่อยลูกชายไป แต่บันลือกลับไม่สน มีแต่ตัวเธอที่ร้อนใจ เพราะได้ไปตกลงกับเพื่อน ขอลูกสาวเอาไว้ให้แต่งกับลูกชายอีกแล้ว แต่เมื่อฝ่ายชายไม่อยู่จึงต้องเลิกล้ม เรื่องการหายตัวไปจากสังคมของเกียรตินั้น คนที่ดูจะร้อนรนพอๆกับผู้เป็นแม่ก็เห็นจะเป็นสองสาวต่างวัย อรวี และ จรุงจิต อรวีเป็นเพื่อนสาวไฮโซรุ่นราวคราวเดียวกับเกียรติ จึงเข้าไปตีสนิท เข้านอกออกในที่บ้านพักตร์พริ้งได้ในฐานะเพื่อนของลูกชาย ส่วนจรุงจิตนั้นเป็นสาวไฮโซรุ่นใหญ่กว่ากันนิด จึงได้แต่พบปะสนิทสนมกันเฉพาะในงานสังคม เมื่อทั้งคู่แอบพอใจเกียรติและหมายมั่นจะเป็นสะใภ้ของพักตร์พริ้ง จึงคอยเงี้ยหูฟังข่าวคราวของเขาเสมอ

สายใจ ลูกสาวเศรษฐีสน เศรษฐีที่นา เธอเป็นลูกค้าเรือรักเร่ วันนี้เรือมาจอดที่ท่าบ้านสายใจ เธอจึงลงไปซื้อของ พอเศรษฐีสนเห็นเข้า ด้วยความหวงลูกสาวจึงตะโกนไล่ให้รักเร่ไปจอดที่อื่น ยิ่งเห็นสายใจลงไปในเรือก็ยิ่งโกรธมาก รักเร่อ้อนวอนยังไงเศรษฐีสนก็ไม่ยอม บุญธรรมจึงออกอุบายเชิญเศรษฐีสนลงไปดูสินค้าในเรือ แล้วเอาเหล้าที่มีขายออกมาให้ดู เท่านั้นเองคอสุราอย่างเศรษฐีสนก็ตาลุกเชิญทั้งสองไปกินเหล้ากันบนบ้าน ยิ่งดึกยิ่งเมาเขาก็ยิ่งใจดี เชื้อเชิญให้ทั้งคู่ค้างที่บ้านได้ แต่พอเช้าสร่างเมาก็ลืมหมด แถมโกรธคว้าปืนมาไล่ยิงจนทั้งคู่หนีลงเรือกันแทบไม่ทัน

ชะเอม เจ้าของร้านค้าของชำในตลาด แม่หม้ายเรือพ่วง 2 ลำคือ เจ้าชะโอด และเจ้าชะอม กำลังต่อว่า ชะโอด ลูกคนโต ที่ไปหลงรัก น้ำตาล ลูกสาวใหญ่ เจ้าของโรงสีที่ไม่ถูกกัน เพราะขัดผลประโยชน์ทางการค้า แต่ชะโอดรักน้ำตาลจึงไม่ยอมฟัง ยิ่งทำให้ชะเอมโมโหหนัก คาดโทษต่างๆ นานา พาลด่าไปถึงใหญ่และลูกสาว

รักเร่ล่องเรือมาจนถึงท่าหน้าโรงสีของใหญ่ เลยได้รู้จักกับน้ำตาล ใหญ่ปล่อยให้รักเร่คุยกับน้ำตาลเพราะหวังจะให้มาซื้อของใส่เรือไปขาย ชะโอดมาเห็นเข้าก็หึงหวงเพราะเข้าใจผิด จนรักเร่ต้องเล่าเรื่องหอมจันทร์ให้ฟังและรับปากจะช่วยชะโอดให้สมหวังกับ น้ำตาล ทำให้ชะโอดดีใจ เผยเรื่องของแม่ตนกับพ่อน้ำตาลที่ไม่ค่อยลงรอยกันให้ฟัง รักเร่รู้สึกเห็นใจชะโอดมากขึ้น

ระหว่างที่เรือยังซ่อมไม่เสร็จ พิมพ์จิตและหอมจันทร์ต้องขาดรายได้ไป รักเร่จึงแบ่งที่ทางในเรือ ให้ 2 แม่ลูก ล่องเรือค้าขายไปด้วยกัน จนเรือซ่อมเรียบร้อยดี รักเร่จึงได้ความคิด เสนอให้นำเรือข้าวแกง มาพ่วงกับเรือของเขา พิมพ์จิตแม้จะเกรงใจ แต่ก็จนด้วยเหตุผลที่รักเร่เสนอมา จนต้องยอมตามใจในที่สุด มินิมาร์ทลอยน้ำ พ่วงเรือข้าวแกงรสเด็ด ค้าขายดีวันดีคืนทั้ง2 ฝ่าย ใครมาซื้อของใช้ก็แวะซื้อข้าวแกง ส่วนใครมากินข้าวแกงก็ยังแวะลงเรือซื้อโน่นนี่ติดมือกลับบ้าน ขณะที่ความสัมพันธ์ของรักเร่และหอมจันทร์ดูจะแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ แต่อุปสรรคก็มีมาให้รำคาญใจกันเป็นระยะๆ ทั้ง กันยา ที่หาทางมาใกล้ชิดสนิทสนม เธอทำทีมาขอใช้เรือออกแจกจ่ายยาชาวบ้าน หรือแม้แต่ สองสาวชาวกรุงที่สืบรู้ที่อยู่ ยังแอบตามมาเกาะแกะถึงที่ จนเกิดการขัดแข้งขัดขากันเองในหมู่นางร้าย อรวีอาศัยความสนิทสนมมาขอนั่งเรือล่องท่องเที่ยวบ้าง ขอค้างในเรือบ้าง บุญธรรมก็ช่วยพูดช่วยสกัดเต็มกำลัง ส่วนจรุงจิตนั้นร้ายลึก เพราะแอบสืบหาข้อมูลมาอย่างดีว่ารักเร่รู้จักสนิทสนมกับใครบ้าง เธอทำทีมาเยี่ยมเยือนเขา และตั้งใจจะมาบ่อย ๆ โดยเสนอเป็นค่าปิดปากจนรักเร่ต้องยอมตามใจ แต่ขณะเดียวกัน

แฝงตัวมาเป็นลูกค้าข้าวแกงแล้วแอบแกล้งหอมจันทร์ด้วย กว่าจะรู้ตัวหอมจันทร์ก็โดนแกล้งไปแล้วหลายครั้งหลายหน รักเร่รำคาญจะไล่กันยาไปพ้นๆแต่เธอก็มาฟอร์มดีจนออกปากไล่ไม่ออก จะไล่สองสาวก็กลัวจะแฉความจริงเรื่องตัวเอง จึงจำยอมตามใจพวกเธอ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้หอมจันทร์เข้าใจผิดหลายครั้ง รักเร่ต้องตามง้อเธอโดยได้รับความช่วยเหลือจากน้ำตาล ชะโอด และบุญธรรม แต่อรวีและจรุงจิตก็มักมาขวางอยู่เรื่อย บุญธรรมจึงต้องออกอุบายหลอกพาพวกเธอไปผจญภัยอยู่กลางแม่น้ำนานเป็นวัน ๆ พอกลับขึ้นฝั่งได้ อรวีก็ถึงกับลมจับ ดีที่ขวดรับได้ทันแล้วช่วยพาไปส่งโรงพยาบาล การที่อรวีแวะเวียนไปหารักเร่บ่อย ๆ ทำให้ได้รู้จักขวด อรวีช่วยให้ขวดได้เป็นนักร้องด้วยการพาเขาไปฝากกับพ่อเธอที่เป็นเจ้าของค่าย เพลง ขณะที่ขวดแอบหลงรักอรวีอยู่ ทั้งคู่ได้รู้จักกันและเกิดความสัมพันธ์แนบแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ชะโอดแอบมาพบน้ำตาลแต่ถูกใหญ่จับได้ แล้วกล่าวโทษ แถมด่าฝากไปถึงแม่ เมื่อชะเอมรู้เรื่องเข้า ก็กลายเป็นศึกสองครอบครัวที่ยุติลงไม่ได้ง่าย ๆ ชะเอมแก้เผ็ดใหญ่โดยลดราคาสินค้าทุกชนิดตัดหน้าใหญ่จนลูกค้ามารุมซื้อของ ชะเอม ทำให้ใหญ่เดือดดาลวางแผนบีบชะเอมโดยยื่นคำขาดกับชาวบ้านที่เป็นลูกหนี้ห้าม ไปซื้อของที่ชะเอมขาย ถ้าใครซื้อโดนทวงหนี้แน่และหากไม่มีให้ก็จะยึดบ้านยึดนาให้เดือดร้อน เมื่อรักเร่รู้เรื่องจึงหาทางช่วย โดยไปเชิญเศรษฐีสนมาช่วยขอร้องให้ใหญ่และชะเอมเลิกทะเลาะกัน แต่ไม่ได้ผลเพราะทั้งคู่ไม่เล่นด้วย ความเครียดหลาย ๆ ประการทำให้แม่ชะเอมล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล เศรษฐีสนซึ่งหลงรักแม่ชะเอมมานาน หอบกุหลาบที่ชะเอมชอบไปเยี่ยมหลายครั้ง ชะเอมที่มีใจรักเศรษฐีสนอยู่เช่นกันออกอาการปลื้มสุดๆ ขณะที่ใหญ่อยากไปเยี่ยมแต่ก็ยังมีทิฐิ ได้แต่แอบมอง และหมั่นไส้ทั้งคู่อยู่ลึก ๆ

ภัสดา หลานชายเศรษฐีสน กับลูกน้องชื่อ มาร์ค มาเที่ยวและพักที่บ้านเศรษฐีสน ภัสดาเป็นลูกคนมีฐานะดีที่กรุงเทพ ทำให้ทำอะไรตามใจ จีบสาวไม่เลือกหน้า กระทั่งเกิดเรื่องกับน้ำตาล จนมีเรื่องถึงลงไม้ลงมือกัน ชะโอดก็เข้าไปเกี่ยวด้วย เดือดร้อนถึงเศรษฐีสนต้องมาปรับความเข้าใจกับใหญ่และชะเอมอีกครั้ง ภัสดามาพบหอมจันทร์เกิดหลงรัก ทำทุกทางที่จะพบและอยู่ใกล้ แต่พิมพ์จิต น้ำตาล และสายใจ คอยกีดกันไว้ รักเร่กับชะโอดจับมือกันต่อต้านภัสดา จนเกือบมีเรื่องอยู่หลายครั้ง น้ำตาลกับสายใจ เมื่อรู้ว่ารักเร่รักหอมจันทร์ ทั้งคู่ก็ให้ความร่วมมือช่วยเหลือเป็นอย่างดี

ชะอมและสายใจซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน เห็นน้ำตาลกับชะโอดแอบนับพบกันหลายครั้ง แต่เก็บความลับนี้ไว้ ไม่บอกแม่เพราะกลัวชะเอมจะตามไปราวีพี่ชาย ทั้งคู่จับมือกันคิดแผนการสร้างความสมานฉันท์ให้กับ 2 ตระกูล เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างชะเอมและเศรษฐีสนที่ชะอมแอบสังเกตเห็นอยู่ จึงปรึกษากับสายใจ ร่วมมือกันช่วยให้ความรักของแม่ชะเอมและพ่อสนได้สมหวังเสียที เพราะดูว่าทั้งคู่ แม้ดูใจกันมานานก็ยังไม่ยอมเปิดตัวสักที ทั้งนี้เพราะแม่ชะเอมรู้สึกอายชาวบ้าน ที่ตนเองอายุมากแล้ว ยังมีความรักเหมือนเด็กๆ แผนการทุกอย่างไปได้สวย แต่ก็มาสะดุดเมื่อมารู้ภายหลังว่า ความจริงแล้ว พ่อใหญ่นั้นมีใจแอบรักแม่ชะเอมอยู่เหมือนกัน เรื่องนี้สร้างความร้าวฉานให้กับน้ำตาลและชะโอด เมื่อน้ำตาลโกรธที่ชะโอดไม่ช่วยพ่อใหญ่ ส่วนชะโอดไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าแม่มีใจให้เศรษฐีสนแล้ว

กันยาที่พยายามตามติดรักเร่มานาน แต่ก็ไม่มีทีท่าว่ารักเร่จะสนใจเธอ พอได้เจอคนหน้าตาดีแถมร่ำรวยอย่างภัสดา ก็อดไม่ได้ที่จะหว่านเสน่ห์ใส่ ภัสดาเองก็เจ้าชู้ เขามองกันยาอย่างถูกตาต้องใจอยู่เช่นกัน

จรุงจิตคิดแผนร้าย ส่งคนมาขโมยของที่บ้านหอมจันทร์ ก่อนจะทำทีมาเสนองานให้ 2 แม่ลูก ไปขายข้าวแกงที่ร้านของเธอในกรุงเทพ โดยงานนี้เสนอค่าแรงก้อนโต พิมพ์จิตดีใจ ตกลงทันที ขณะที่หอมจันทร์ยังระแวงสงสัย แต่จำใจต้องตามใจแม่ เมื่อรักเร่รู้เรื่องเข้า ก็พยายามขอร้องให้ทั้งคู่คิดใหม่ แต่หอมจันทร์ไม่ฟังเพราะกำลังโกรธรักเร่เรื่องที่เขามีสาว ๆ มาพัวพันหลายคน จรุงจิตขับรถมารับ 2 แม่ลูกไปที่ร้าน แกล้งทำดีด้วยสารพัด ก่อนจะใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกให้พิมพ์จิตเซ็นต์สัญญาเงินกู้ พอมารู้ภายหลังทั้งคู่ก็แทบเป็นลม แต่เมื่อแก้ไขไม่ได้ จึงต้องจำยอมทำงานใช้หนี้ไป

ภัสดาไปหาหอมจันทร์ที่บ้านแต่ไม่พบ จึงตามมาเอาเรื่องรักเร่ เพราะคิดว่ารักเร่รู้ที่อยู่ใหม่ของหอมจันทร์ แต่ไม่ยอมบอก จนเกิดมีเรื่องลงไม้ลงมือกัน ก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้แล้วกลับบ้านไปด้วยความแค้นเคือง

รักเร่ตามสืบจนรู้ที่อยู่หอมจันทร์ จึงไปหา แต่หอมจันทร์ไม่พูดด้วย เธอโกรธเพราะเข้าใจว่ารักเร่ร่วมมือกับจรุงจิต มาหลอกลวงเธอและแม่ รักเร่แก้ตัวอย่างไรก็ไม่ฟัง เขาจึงหันไปอธิบายให้พิมพ์จิตฟังแทน โดยตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้พิมพ์จิตฟัง และขอร้องว่าอย่าเพิ่งบอกเรื่องที่เขาปลอมตัวมา ให้หอมจันทร์รู้ โดยรับปากจะช่วยพาทั้งคู่มาจากจรุงจิตให้ได้ พิมพ์จิตแอบดีใจแทนลูกสาว เมื่อรู้ฐานะที่แท้ของรักเร่

รักเร่ไปต่อว่าจรุงจิต เรื่องที่เธอทำกับ 2 แม่ลูก จรุงจิตได้ที ยื่นข้อเสนอ ให้รักเร่กลับมาใช้ชีวิตเป็นเกียรติ และคบเธอเป็นคนรัก ขณะเดียวกันก็ห้ามไม่ให้พบหอมจันทร์อีก หากทำตามก็จะยอมปล่อย 2 แม่ลูกไป รักเร่ใช้ความเจ้าเล่ห์ ออกอุบาย จนสามารถช่วยหอมจันทร์และแม่กลับมาได้ หอมจันทร์ได้ปรับความเข้าใจกับรักเร่ ขณะที่จรุงจิตซึ่งรู้ตัวว่าเสียรู้เข้าแล้ว จำใจต้องยอมวางมือจากเกมรักครั้งนี้ไป แต่ด้วยผลกรรมที่ทำไว้ต่าง ๆ นานา กับ2แม่ลูกทำให้เธอต้องจำนน มีสามีเป็นโจรรับจ้าง ที่เธอจ้างไปทำร้ายเค้า..เธอโดนขู่ โดนจ่ายค่าเลี้ยงดู แถมยังต้องพาสามีออกงานที่เชิดหน้าชูตา จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปโฉม ฐานะ ของผู้ชายคนนี้ขึ้นมาเป็นคนใหม่ที่ยืนข้างๆ เธอได้

น้ำตาลไม่ยอมพูดกับชะโอดอยู่นาน แต่สุดท้ายก็เริ่มคิดได้ ว่าไม่สามารถกะเกณฑ์ให้ใครรักกับใครได้ตามที่ใจต้องการ ส่วนพ่อใหญ่ เมื่อรู้ว่าตนเองเป็นสาเหตุให้ลูกสาวเป็นทุกข์ ก็เริ่มได้คิด พยายามใช้สติไตร่ตรองสิ่งที่ผ่านมา ก่อนจะทำใจได้ และกลับไปใช้ชีวิตเป็นปกติ น้ำตาลดีใจที่พ่อกลับมาเป็นพ่อคนเดิมอีกครั้ง

ภัสดายังคงดันทุรัง ดื้อดึง เอาแต่ใจ จะเอาชนะ รักกับหอมจันทร์ให้ได้ ยิ่งรู้ว่ารักเร่มีปมเรื่องเป็นเพื่อนจรุงจิตอยู่ด้วย จึงใช้วิธีสร้างเรื่องให้ไปกันใหญ่ระหว่างรักเร่ หอมจันทร์ จรุงจิต ..รักเร่บอก ลูกผู้ชายควรสู้อย่างลูกผู้ชาย ภัสดาก็เลยท้าแข่งทุกประเภท ให้บอกกฏ กติกา มาเลย ชาวบ้านและเพื่อน ๆ ช่วยกันคิดเกมการแข่งขันมาให้ต่าง ๆ นานา และ 2 คนก็ต้องใช้ทั้งเทคนิคและปัญญา แค่เรื่องตื้น ๆ รักเร่ได้เปรียบที่คุ้นเคยธรรมชาติ และมองธรรมชาติได้ชัดเจนกว่าภัสดา จึงสามารถเอาชนะ ทำให้ภัสดากลายเป็นขี้แพ้ชวนตี หัวฟัดหัวเหวี่ยงกับเจ้ามาร์ค เศรษฐีสนเห็นแล้วกลุ้มจนต้องออกแรงออกฤทธิ์ สอนเด็กทั้ง 2 ให้รู้จักใช้ชีวิตให้เป็น ไม่ควรอยู่แบบรก ๆ คิดให้เป็น ทำให้เป็น อย่าทำตัวกลายเป็นขยะรกประเทศชาติ ภัสดา เด็กที่เอาแต่ใจ ไม่มีใครปรามมาตลอด เจอทีเด็ดเศรษฐีสนเข้า ถึงกับคุกเข่าขอโอกาสที่จะแก้ตัว..ก็เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องให้ และคอยตามผล ว่าหลานของตัวเองจะมีพฤติกรรมต่อไปอย่างไร และควรจะให้กำลังใจกันอย่างไร

บรรดาคู่รักต่าง ๆ นานามาพบปะสังสรรค์กันก็ในงานแข่งขันของ 2 หนุ่มนี้ ทำให้มิตรภาพ ความผูกพันและการใช้ชีวิตที่ดำเนินไปด้วยการช่วยเหลือ แบ่งปัน และปลูกฝังความเข้าใจให้เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ควรเร่งมือกันทำให้เห็นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น พวกเค้าฉลองความรักความสามัคคีครั้งนี้ด้วยเสียงเพลงที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิต เรียบๆง่ายๆ และเรื่องราวที่ผ่านมา..พร้อมกับปล่อยเรือมินิมาร์ท ลอยน้ำ ที่เป็นเรือทำมาหากิน เป็นเรือนหอของการมีชีวิตคู่ในรูปแบบที่ รักเร่กับหอมจันทร์เลือกที่จะทำ เลือกที่จะเป็น

...................................อวสาน..................................................

11.jpg

22.jpg

ใกล้ระเบิดความมันส์แล้วสำหรับ MRD ครั้งที่ 5

ใกล้ระเบิดความมันส์แล้วสำหรับ  MRD ครั้งที่ 5
ใกล้ระเบิดความมันส์แล้ว กับการดวลดนตรีกันครั้งแรกระหว่าง “บิ๊กแอส” และ “โปเตโต้” ใน “MRD#5” ชาวร็อคเตรียมตัวมันส์กันอีกครั้ง เพราะ 2 สุดยอดวงร็อค “บิ๊กแอส-โปเตโต้” ขอเปิดเวทีดวลเพลงร็อคกันแบบเต็มรูปแบบ
คุณจะได้มันส์กับทุกเพลงฮิตที่โดนใจ และเพลงใหม่มาแรง
ภายในงาน ยังพบกับบูธขายน้ำปั่น “Love Potion” ของ 5 หนุ่ม “บิ๊กแอส” และร้านขายไอศกรีม “Ice Circle” ของ 4 หนุ่ม “ โปเตโต้” ที่พร้อมใจกันมาลงมือขายให้กับแฟนๆด้วยตัวเอง
และยังได้จับมือขวาจำลองของสองตำนานร็อกที่ราบสูง “อัสนี-วสันต์” ที่ทำโดยเรซิ่น และชมกันสดๆกับการหล่อมือขวาจำลองของ “แด๊ก บิ๊กแอส” และ “ปั๊บ โปเตโต้” แบบระยะประชิด
นอกจากนี้ ยังมีเหล่าศิลปินอื่นๆที่ตบเท้ามาร่วมกิจกรรมอีกมากมายที่มาทำกิจกรรมที่บูธ MRD Merchandise และพบกับของที่ระลึกสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืดที่ระลึกจากงาน MRD และสติ๊กเกอร์ MRD ที่มีโลโก้ชื่อวงต่างๆที่หาซื้อไม่ได้ที่ไหนนอกจากที่งานนี้งานเดียว !!!
ทุกความมันส์ ทุกความประทับใจ จะปรากฏในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2552 ที่มูนสตาร์ สตูดิโอ 8 ตั้งแต่เวลา 12.00-19.00 น. จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ http://www.thaiticketmajor.com
หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://mrd.gmember.com

*** รีบกันหน่อยนะ งานคอนเสิร์ตดีๆแบบนี้หาไม่ได้ที่ไหนและที่สำคัญ บัตรใกล้จะหมดแล้ว ***

ตารางกิจกรรม (ภายนอกงาน)

เวลา

12:00 เริ่มกิจกรรมที่บูธหน้างาน

12:30 เหล่าศิลปินร่วมแจกลายเซ็นที่บูธ MRD Merchandise

13:00 “บิ๊กแอส” และ “โปเตโต้” ลงมือขายน้ำปั่น “Love Potion” และไอศกรีม “Ice Circle” ให้กับแฟนๆด้วยตัวเอง

13:15 การหล่อมือขวาจำลองของ “แด๊ก บิ๊กแอส” และ “ปั๊บ โปเตโต้” แบบสดๆที่หน้างาน

“อนันดา-ก้อย” คว้าดารานำสุพรรณหงส์ "Wonderful Town" โกยเรียบ 5 รางวัล

“อนันดา-ก้อย รัชวิน” คว้าดารานำสุพรรณหงส์ “โฟกัส-สรพงษ์” ได้สมทบยอดเยี่ยม “Wonderful Town” ซิวภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เหมาเรียบ 5 รางวัล

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้วสำหรับงานประกวดภาพยนตร์แห่งชาติสุพรรณหงส์ปี 2551 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์วัฒนธรรม โดยมีอภิสิทธ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานในงาน ซึ่งในปีนี้มีความพิเศษคือ มีการประดับเพชรเพิ่มค่าตัวรางวัล เพื่อเป็นการยกระดับรางวัลใช้ โดยใช้งบประมาณในการจัดงานถึง 15 ล้านบาท นอกจากนั้นแล้ว พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณวรีนารีรัตน์ ก็ยังทรงพระราชทานชุดที่ออกแบบให้กับ “ซินดี้ สิรินยา เบอร์บริดจ์” และ “จี๊ด แสงทอง เกตุอู่ทอง” ใส่มาร่วมงานด้วย

แม้ว่าปีนี้จะทุ่มงบประมาณในการจัดงานถึง 15 ล้านแต่บรรยากาศภายในงานไม่ค่อยคึกเหมือนเช่นทุกปี มีศิลปินดารานักแสดงมาร่วมงานกันอย่างบางตา อาทิเช่น นุ่น วรนุช วงษ์สวรรค์, ยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม, เมย์ พิชนาฏ สาขากร ,จา พนม ยีรัมย์ ,มาช่า วัฒนพานิช ,ใหม่ เจริญปุระ,ฟลุค เกริกพล มัสยวานิชฯลฯ

โดยในปีนี้ "อนันดา เอเวอริ่งแฮม" คว้ารางวัลดารานำชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ แฮบปี้เบิร์ดเดย์ ส่วนดารานำหญิงเป็นของ "ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ" จาก รักสามเส้า สำหรับ "Wonderful Town" มาแรงคว้าภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลอื่นๆ รวม 5 รางวัล โดยมีรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติสุพรรณหงส์ปี 2551 มีดังต่อไปนี้

1 การสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม ได้แก่
บริษัท บลู แฟร์รี่ จำกัด จาก “ปืนใหญ่จอมสลัด”
2 เทคนิคการแต่งหน้ายอดเยี่ยม ได้แก่
มยุรี สลาเวศน์ จาก “แปดวัน แปลกคน”
3 ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ได้แก่
พิษณุ วริรักษ์,น้ำผึ้ง โมจนกุล , ชาติชาย ไชยยนต์ จาก “ปืนใหญ่จอมสลัด”
4 กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม ได้แก่
การัณยภาส ขำสิน จาก “Wonderful Town”
5 ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ได้แก่
ไกวัล กุลวัฒโนทัย จาก “แปดวันแปลกคน”
6 เพลงประกอบยอดเยี่ยม ได้แก่
"จับมือฉัน" ประพันธ์โดย คงเดช จาตุรันต์รัศมี จาก “กอด”
7 บันทึกเสียงและผสมเสียงยอดเยี่ยม ได้แก่
นรินทร์ คงกตเวทิตา, ณพวัฒน์ ลิขิตวงศ์ จาก “ปืนใหญ่ จอมสลัด” จากห้องบันทึกเสียงรามอินทรา
8 ลำดับภาพยอดเยี่ยม ได้แก่
วิชชพัชร์ โกจิ๋ว ,ธรรมรัตน์ สุเมธศุภโชค,ปวีณ ภูริจิตปัญญา , สุรวุฒิ ตุงคะรักษ์ จาก “สี่แพร่ง”
9 ถ่ายภาพยอดเยี่ยม ได้แก่
ม.ร.ว.อัมพรพล ยุคล จาก “ Wonderful Town”
10 บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่
อาทิตย์ อัสสรัตน์ จาก “Wonderful Town”
11 ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่
โฟกัส จีระกุล จาก “ปิดเทอมใหญ่..หัวใจว้าวุ่น”
12 ผู้แสดงสบทบชายยอดเยี่ยม ได้แก่
สรพงษ์ ชาตรี จาก “องค์บาก 2 ”
13 ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่
รัชวิน วงศ์วิริยะ จาก “รัก สาม เศร้า”
14 ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้แก่
อนันดา เอเวอริ่งแฮม จาก “แฮบปี้เบิร์ดเดย์”
15 ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่
อาทิตย์ อัสสรัตน์ จาก “Wonderful Town”
16 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่
บริษัท Pop Pictures จำกัด จาก “Wonderful Town”

โซลิโต้มอบโอกาสช่วงวิกฤติสำหรับผู้ที่ต้องการมีธุรกิจร้านกาแฟ เปิดตัวร้านขายกาแฟขนาดจิ๋ว “อีเกิล คอฟฟี่” เจาะตลาดระดับกลางและล่าง

โซลิโต้มอบโอกาสช่วงวิกฤติสำหรับผู้ที่ต้องการมีธุรกิจร้านกาแฟ เปิดตัวร้านขายกาแฟขนาดจิ๋ว “อีเกิล คอฟฟี่” เจาะตลาดระดับกลางและล่าง
โซลิโต้มอบโอกาสช่วงวิกฤติสำหรับผู้ที่ต้องการมีธุรกิจร้านกาแฟ เปิดตัวร้านขายกาแฟขนาดจิ๋ว “อีเกิล คอฟฟี่” เจาะตลาดระดับกลางและล่าง ด้วยงบลงทุนเริ่มต้นเพียง 65,999 บาท ฟรีค่าธรรมเนียมทุกประเภท
โซลิโต้ เปิดฉากปี 52 อย่างร้อนแรงด้วยการส่งร้านกาแฟขนาดเล็ก “อีเกิล คอฟฟี่ (Eagle Coffee)” ขนาด 2 ตารางเมตร เสนอเป็นทางเลือกในการดำเนินธุรกิจแบบสุดคุ้ม แก่ผู้ที่ฝันอยากมีร้านกาแฟคุณภาพในราคาเบาๆ หลังผลสำรวจพบ ธุรกิจร้านกาแฟสดขนาดเล็กติด 1 ใน 3 สุดยอดอาชีพในฝันของคนไทย พร้อมเจาะตลาดขายเฉพาะเมล็ดกาแฟคั่วบดภายใต้แบรนด์ อีเกิล กับผู้ประกอบธุรกิจร้านกาแฟอื่นๆ มั่นใจปิดฉากปี 52 เห็นแน่ 100 สาขา
นายอัคคพันธ์ ลีวุฒินันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอฟฟี่ บีนเนอรี่ จำกัด ผู้ให้บริการด้านธุรกิจกาแฟแบบครบวงจร เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ทำงานนอกบ้านและมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และมีความต้องการดื่มกาแฟจากร้านกาแฟสดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น เป็นผลให้ความต้องการดื่มกาแฟจากร้านกาแฟสดนั้นมุ่งเน้นไปที่กาแฟที่มี คุณภาพและรสชาติดี แต่ที่สำคัญคือราคาต้องย่อมเยาว์ หาซื้อได้สะดวก ด้วยเหตุนี้ คอฟฟี่ บีนเนอรี่ จึงได้เปิดตัวร้านกาแฟขนาดจิ๋ว “อีเกิล คอฟฟี่” ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเพื่อให้ขายกาแฟสดคุณภาพที่มีทั้ง เมนูซีกตะวันตก และเมนูสไตล์ไทยๆ อย่างหลากหลายในราคาไม่แพง ทั้งยังตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการมีร้านกาแฟขนาดเล็กเป็นของตนเอง ด้วยเงินลงทุนต่ำ และสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ยิ่งในปัจจุบัน หลายบริษัทฯ มีการปลดพนักงานจำนวนมาก “อีเกิล คอฟฟี่” จึงถือเป็นทางเลือกใหม่ในการประกอบอาชีพ สำหรับผู้ที่มองหาอาชีพใหม่ที่ใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก สามารถทำในสถานที่ๆ มีพื้นที่จำกัดได้ ทั้งยังมีความเสี่ยงต่ำ
“ผมมองว่า ร้านกาแฟขนาดเล็ก จะอยู่ได้ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ หากตั้งอยู่ในทำเลที่ใช่ และตอบโจทย์เรื่องรสชาติและราคา ซึ่งร้านกาแฟขนาดเล็กที่เราแนะนำสู่ตลาดในครั้งนี้ ได้รวมทุกสิ่งทุกอย่างไว้อย่างลงตัว โดยผู้สนใจใช้เงินลงทุนเพียง 65,999บาท ก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟได้แล้ว และด้วยความได้เปรียบเรื่องขนาดของร้านที่ไม่เกิน 2 ตารางเมตร ทำให้เพิ่มศักยภาพในการสรรหาทำเลการขายได้มากขึ้น และยังสามารถเข้าไปตั้งในแหล่งชุมชนได้อย่างหลากหลาย โดยผู้สนใจจะทำธุรกิจร้านกาแฟอีเกิล ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ โดยบริษัท จะดำเนินการโฆษณาประชาสัมพันธ์แบรนด์ร้านกาแฟอีเกิลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งที่เรานำเสนอครั้งนี้ ถือเป็นความคุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการประกอบธุรกิจร้านกาแฟ” นายอัคคพันธ์ ลีวุฒินันท์กล่าว
ทั้งนี้ ร้านกาแฟอีเกิล มีจุดขายที่โดดเด่น อาทิ ความได้เปรียบด้านขนาดที่มีลักษณะเป็น Kiosk ใช้พื้นที่น้อยไม่เกิน 2 ตารางเมตร ทำให้หาทำเลง่าย สามารถนำไปตั้งในที่ที่เป็นแหล่งชุมชน เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย ทั้งยังมีการออกแบบร้านให้มีดีไซน์สวยสะดุดตาทำให้มองเห็นง่าย เกิดความแตกต่างจากคู่แข่งทั่วๆ ไป ครบครันด้วยเมนูที่หลากหลายผสมผสานทั้งกาแฟสไตล์อิตาเลี่ยน เอสเปรสโซ คาปูชิโน ลาเต้ และสไตล์ไทยดั้งเดิม โอเลี้ยง ยกล้อ ชาดำเย็น ด้วยราคาที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคเพียงถ้วยละ 25- 40 บาท เพื่อตอบสนองทั้งคอกาแฟไทยและเทศ ได้อย่างลงตัว ผู้ที่ต้องการลงทุนใช้งบลงทุนไม่สูง แต่ได้ร้านพร้อมเครื่องชงกาแฟและอุปกรณ์ครบชุด พร้อมโปรแกรมการฝึกอบรมอย่างมืออาชีพ และไม่เก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า ไม่เก็บค่าธรรมเนียมรายเดือน และไม่เก็บค่าโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ ซึ่งสามารถนำไปตั้งและเปิดร้านได้ทันที
“นอกจากเราจะมองเห็นโอกาสในการนำเสนอร้านกาแฟขนาดเล็กแก่ผู้ที่ต้องการ ประกอบธุรกิจกาแฟแล้ว เรายังวางแผนในการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มผู้ซื้อเมล็ดกาแฟคั่วบดอีกด้วย โดยใช้กาแฟอีเกิลเป็นตัวเจาะตลาดในกลุ่มนี้ ซึ่งปัจจุบันเรามีวางจำหน่ายอย่างครอบคลุมตามโมเดิร์นเทรดต่างๆ ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงอีกด้วย กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอฟฟี่ บีนเนอรี่ จำกัด กล่าว
ทั้งนี้ ร้านกาแฟอีเกิล จะถูกนำมาเปิดขายพร้อมมอบส่วนลดพิเศษแก่ผู้สนใจลงทุนทำร้านกาแฟครั้งแรกใน งาน Thailand Coffee and Tea Drink 2009 ระหว่างวันที่ 19 – 22 ก.พ. ศกนี้ ที่ MCC ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ “เรามองเห็นโอกาสในการขยายตัวด้านธุรกิจร้านกาแฟ ซึ่งในปีนี้ถือเป็นนโยบายทางธุรกิจที่สำคัญในการดันยอดร้านกาแฟให้โตขึ้น ทีมพัฒนาธุรกิจของเราจึงสร้างสรรค์โมเดลที่ตอบโจทย์ตลาด เพื่อสร้างให้ คอฟฟี่ บีนเนอรี่ คือศูนย์รวมด้านธุรกิจกาแฟที่ครอบคลุมทุกกลุ่มตลาด มีหลายทางเลือกเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม โดยสำหรับกลุ่มที่ต้องการประกอบธุรกิจร้านกาแฟขนาดใหญ่ กลาง ถึงเล็กภายใต้แบรนด์ของตัวเองนั้น ทางบริษัทฯ นำเสนอบริการรับปรึกษาการทำธุรกิจร้านกาแฟเต็มรูปแบบ โดยมีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การชงกาแฟพร้อมสูตรเครื่องดื่ม รวมไปถึงแนะนำเครื่องชงกาแฟและอุปกรณ์ที่เหมาะสม สำหรับกลุ่มที่ต้องการประกอบธุรกิจร้านกาแฟขนาดใหญ่ ถึงกลางด้วยระบบ เฟรนไชส์ทางบริษัทฯ นำเสนอธุรกิจเฟรนไชส์ร้านกาแฟ ภายใต้แบรนด์ โซเวนเต้ คอฟฟี่ แอนด์ที ส่วนกลุ่มที่ต้องการประกอบธุรกิจร้านกาแฟรูปแบบคีออส ทางบริษัทฯ นำเสนอธุรกิจกาแฟสดรูปแบบใหม่ เหมาะสำหรับกลุ่มที่มีความต้องการจะเริ่มต้นธุรกิจกาแฟของตัวเองในรูปแบบที่ ไม่จำเจ โดยนำเสนอทั้งเมนูเครื่องดื่มทั้งสไตล์อิตาเลี่ยน เอสเปรสโซ คาปูชิโน ลาเต้ และสไตล์ไทยดั้งเดิม โอเลี้ยง ยกล้อ ชาดำเย็น เพื่อตอบสนองทั้งคอกาแฟไทยและเทศได้อย่างลงตัวที่สุด โดยผู้ประกอบการกลุ่มนี้สามารถเริ่มต้นธุรกิจกาแฟสด “Eagle Coffee” ด้วยงบลงทุนที่ไม่สูง และไม่เก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า ไม่เก็บค่าธรรมเนียมรายเดือน และไม่เก็บค่าโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ โดยผู้สนใจสามารถโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-440-0040 หรือ www.zolito.com” นายอัคคพันธ์ ลีวุฒินันท์ กล่าวสรุป

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

Slumdog Millionaire

Slumdog Millionaire


Slumdog Millionaire



คำตอบสุดท้าย อยู่ที่หัวใจ (ยูไนเต็ด โฮมเอนเตอร์เทนเม้นท์)


กำหนดฉาย : 5 มีนาคม 2552 @เอเพกซ์ สยามสแควร์
แนว : ดราม่า
นำแสดง : เดฟ พาเทล อานิล คาปูร์ เออร์ฟาน ข่าน แมดเฮอร์ มิททัล ฟรีดา พินโต
กำกับ :แดนนี บอยล์
เขียนบท :ไซมอน โบฟอย
อำนวยการสร้าง :คริสเตียน โคลสัน


เรื่องย่อ

มันเป็นช่วงเวลาแห่งความจริงในสตูดิโอที่บันทึกภาพรายการโทรทัศน์ยอดฮิตของอินเดีย "Who Wants To Be A Millionaire" ต่อหน้าผู้ชมในห้องส่งที่เงียบกริบ และยืนอยู่ภายใต้แสงไฟที่แผดเผาของสตูดิโอ จามัล มาลิค เด็กหนุ่มจากชุมชนแออัดในมุมไบกำลังเผชิญกับคำถามข้อสุดท้าย และโอกาสที่จะได้รับเงินรางวัลมหาศาลถึง 20 ล้านรูปี

เพรม คูมาร์ พิธีกรของรายการนี้ไม่ได้รู้สึกเห็นใจผู้เข้าแข่งขันที่ชีวิตกำลังจะเปลี่ยน แปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือคนนี้เลยแม้แต่น้อย ด้วยความที่เขาไต่เต้าขึ้นมาจากโคลนตม เพรมก็เลยไม่สบอารมณ์นักที่จะต้องถูกแย่งความเด่นดังใน Millionaire และไม่ยอมเชื่อว่าเด็กหนุ่มจากสลัมจะรู้คำตอบทั้งหมดจริง เมื่อรายการหมดเวลาและพักการบันทึกภาพในช่วงกลางคืน เพรมก็เตรียมตำรวจรอไว้ด้านนอกสตูดิโอเพื่อจับจามัล ผู้ที่เขามั่นใจว่าต้องโกงแน่ๆ

หลัง จากที่สอบสวนผู้เข้าแข่งขันคนนี้ตลอดทั้งคืน ทางพนักงานสอบสวนก็ได้พบว่าจามัลเองก็สับสนพอๆ กับทุกคนที่เขามาได้ไกลขนาดนี้ พวกเขาได้ทบทวนคำถามทีละข้อๆ และจามัลก็อธิบายว่าเขารู้คำตอบแต่ละข้อได้อย่างไร และระหว่างที่เขาทำเช่นนั้น เรื่องราวพิเศษสุดของเด็กหนุ่มคนนี้ก็ค่อยๆ เผยออกมา เรื่องราวของจามัลเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอินเดียสมัยใหม่ เขาเติบโตขึ้นมาในชุมชนแออัดในมุมไบ ตอนเขาเป็นเด็กเล็กๆ แม่ของเขาถูกฆ่าตายในเหตุชุมนุมทางศาสนา ทิ้งให้จามัลต้องเผชิญโลกตามยถากรรมกับซาลิม พี่ชายของเขาและลาติกา เด็กหญิงกำพร้าที่จามัลคอยดูแลและมีความรักให้ เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น

วัยเด็กที่ยากจนข้นแค้นของจามัล ที่ต้องอาศัยอยู่ในชายขอบที่ยากจนที่สุดของเมืองไม่ได้ทำลายคุณลักษณะดีงาม ของตัวเขาเลย แต่ซาลิม พี่ชายของเขากระหายในอำนาจและทรัพย์สินเงินทอง ความตึงเครียดและความเป็นปรปักษ์ระหว่างพี่น้องทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อพวก เขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จนกระทั่งการทรยศหักหลังบีบให้ทั้งสามต้องพรากจากกัน และจามัลก็เสียลาติกาไป ในตอนที่เขารู้ตัวว่าเขารักเธอจริงๆ เมื่อเขาพบเธออีกครั้ง ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างเรียกกลับคืนไม่ได้ ซาลิมทำงานให้แก๊งสเตอร์ผู้เหี้ยมโหด และหัวหน้าแก๊งของเขาก็แต่งงานกับลาติกา จามัลยอมเสี่ยงทุกอย่างในชีวิตเพื่อปลดปล่อยคนที่เขารักให้เป็นอิสระ เพียงเพื่อจะสูญเสียเธอและพี่ชายของเขาอีกครั้ง

แม้แต่ตัวพนักงานสอบสวนผู้โหดเหี้ยมก็ยังถูกดึงดูดเข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องราวของจามัล และเริ่มจะเชื่อว่า "เด็กสลัม" คนนี้กำลังบอกความจริงอยู่ ในการพูดคุยครั้งสุดท้าย เราจะได้รู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการตัดสินใจของจามัลที่จะ ออกรายการนี้ หลังจากที่เขาเชื่อจนหมดใจ พนักงานสอบสวนก็ปล่อยเขากลับไปออกรายการ เพื่อตอบคำถามข้อสุดท้าย ภายในชั่วข้ามคืน เรื่องราวความฝันของจามัลที่ออกรายการและการถูกจับกุมตัวในภายหลังของเขาได้ เปลี่ยนให้เขากลายเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน ในอีกมุมหนึ่งของเมือง ซาลิมและลาติกาได้เห็นจามัลในข่าว

ด้วยความตกใจจนเกิดสำนึกผิด ซาลิมได้ปลดปล่อยลาติกาจากการถูกกุมขังโดยสามีที่รักความรุนแรงของเธอ แม้จะรู้ดีว่ามันจะส่งผลอย่างไรต่อชีวิตเขา ลาติกาขับรถข้ามเมืองไปยังสตูดิโอที่ถ่ายทำรายการ ในขณะที่จามัลกลับไปนั่งเก้าอี้อีกครั้งเพื่อตอบคำถามข้อสุดท้าย แต่เธอก็ต้องเจอกับการจราจรที่ติดขัดในมุมไบ

ระหว่าง ที่คนทั่วทั้งอินเดียจับตามองเขาชนิดลืมหายใจ จามัลก็ถามว่าเขาจะขอโทรศัพท์หาเพื่อนได้ไหม และเขาก็กดหมายเลขโทรศัพท์เบอร์เดียวที่เขารู้ ซึ่งก็คือเบอร์มือถือของพี่ชายเขา และโทรศัพท์มือถือที่ซาลิมได้มอบให้กับลาติกาในการหลบหนีก็ดังขึ้น...ลาติกา กดรับโทรศัพท์ และในที่สุด คนที่รักกันก็ได้กลับมาอยู่คู่กันอีกครั้ง



Slumdog Millionaire

Slumdog Millionaire

Slumdog Millionaire

Slumdog Millionaire

Slumdog Millionaire

Slumdog Millionaire

Slumdog Millionaire



นักแสดง

เดฟ พาเทล – จามาล

เดฟ พาเทลได้รับการคัดเลือกจากการเปิดคัดเลือกนักแสดงหลายร้อยคนให้มารับบทอันวาร์ในซีรีส์คัลท์ทางแชนแนลโฟร์เรื่อง "Skins" ซึ่งเป็นซีรีส์เรื่องที่สองที่เพิ่งแพร่ภาพจบทางแชนแนลโฟร์ จากนั้นเขาก็ได้รับเลือกให้รับบทนำใน Slumdog Milionaire ซึ่งเป็นผลงานการแสดงเรื่องที่สองของเขา เมื่อเร็วๆ นี้ เขาเพิ่งเสร็จสิ้นจากการแสดงบทดารารับเชิญในดรามาซีรีส์เรื่อง Mr Eleven ที่กำกับโดยพอล เกย์ นอกเหนือจากการแสดงแล้ว เดฟเป็นนักเทควันโด้สายดำและเคยได้รับเหรียญทองแดงในการแข่งขันชิงแชมป์โลก ปี 2004 มาแล้ว

อานิล คาปูร์ – เพรม

ในฐานะนักแสดงที่มีความสามารถและประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการภาพยนตร์ฮินดี อานิล คาปูร์ได้สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมมากว่า25 ปี ความมีชีวิตชีวา ความเป็นมืออาชีพและพรสวรรค์ของเขากลายเป็นมาตรฐานสำคัญสำหรับนักแสดงรุ่น ใหม่ เขาได้แสดงในภาพยนตร์ฮินดีเกือบ 100 เรื่องและได้รับรางวัลมากมายนับไม่ถ้วนตลอด ซึ่งรวมถึงสี่รางวัล "ฟิล์มแฟร์" อวอร์ด (เทียบเท่ากับ "ออสการ์") และรางวัล "เนชันแนล อวอร์ด" จาก Pukar ตอนนี้ เขาเริ่มชิมลางงานอำนวยการสร้างภาพยนตร์ และ Gandhi, My Father โดยเฟอร์รอส อับบาส ก็เป็นผลงานการสร้างระดับนานาชาติเรื่องแรกของเขา

เออร์ฟาน ข่าน – เจ้าหน้าที่สอบสวน

เออร์ฟาน ข่านมาจากไจปูร์ ประเทศอินเดีย เขากำลังศึกษาปริญญาโทอยู่ในตอนที่เขาได้รับทุนจากสถาบันเนชันแนล สคูล ออฟ ดรามา (เอ็นเอสดี) ในปี 1984 หลังจากสำเร็จการศึกษาในปี 1987 เขาก็ย้ายไปมุมไบ และเขาก็มีงานละครเวทีและซีรีส์ชุมจนกระทั่งมิรา แนร์ได้เสนอบทคาเมโอให้กับเขาใน Salaam Bombay ซึ่งเป็นบทที่ถูกตัดออกในคัทสุดท้าย เขายังได้ชิมลางงานโทรทัศน์ และได้สร้างผลกระทบให้กับซีรีส์ละครและซีรีส์อิงประวัติศาสตร์ อาซีฟ คาปาเดียได้เลือกเขารับบทนำใน The Warrior ในปี 2001 The Warrior ได้เข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่สำคัญหลายแห่งและได้รับสองรางวัล บาฟตา ในสาขาภาพยนตร์อังกฤษยอดเยี่ยมและรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมสำหรับคาปา เดีย

แมเดอร์ มิททัล – ซาลิม

แมเดอร์เกิดในอัครา เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของอินเดีย ซึ่งโด่งดังจากการเป็นเมืองที่ตั้งทัชมาฮาล ในปี 1997 แมเดอร์เป็นผู้ชนะรายการ "Boogie Woogie" ซึ่งเป็นรายการเรียลลิตีเกี่ยวกับการเต้นในจอแก้วอินเดีย ไม่นานหลังจากนั้น ครอบครัวของเขาก็ย้ายไปมุมไบและแมเดอร์ก็ได้ขยับขยายไปสู่การแสดงและเต้นรำ บนเวทีในรายการการกุศล งานทางวัฒนธรรมและพิธีประกาศผลรางวัลภาพยนตร์ เขาได้เดินทางไปทั่วโลกและได้แสดงบนเวทีกว่า 950 แห่ง สมัยเป็นดาราเด็ก เขาได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ฮินดีที่โด่งดังหลายเรื่องเช่น One Two Ka Four, Kahin Pyaar Na Ho Jaaye และล่าสุด Say Salaam India เขายังได้แสดงในละครโทรทัศน์หลายเรื่องเช่น "Shaka Laka Boom Boom," "Kasauti Zindagi Ki," "Jalwa," "Chamatkar" และ "Dastak"

ฟรีดา พินโต – ลาติกา

พินโตสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีเอกภาษาอังกฤษ จากเซนต์ซาเวียร์ คอลเลจในมุมไบ ในปี 2005 และได้เซ็นสัญญากับเอลิต โมเดล เอเจนซีในอินเดีย ที่ซึ่งเธอได้รับเลือกให้แสดงในแคมเปญโฆษณาให้กับแบรนด์ดังๆ มากมายเช่นเดอ เบียร์ส, วีซา, เอ็มทีวี, ชาแนล, อีเบย์และแอร์เทล หลังจากนั้น เธอก็ได้แสดงในซีรีส์โทรทัศน์หลายเรื่องรวมถึงเวนเดล ร็อดดริคส์ให้กับลัคมี แฟชัน วีค 2006, ซาฮาราและฮิสโทรี แชนแนล ก่อนที่เธอจะไปแสดงใน "Full Circle" ที่แพร่ภาพทางซี อินเตอร์เนชันแนล เอเชีย แปซิฟิค ซึ่งเธอได้แสดงครบทั้ง 52 เอพิโซด ที่ซึ่งเธอได้นำเสนอรายงานทางอัฟกานิสถานและบอกเล่าวัฒนธรรมและธรรมเนียมอัน โดดเด่นของฟิจิ, มาเลเซียและสิงคโปร์ บทลาติกาของเธอใน Slumdog Millionaire เป็นการแสดงบทนำในภาพยตร์ครั้งแรกของเธอ