วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2552

คุยกับคุณพีระพล วรยศศรี ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทลากัวร์เทค

“L’aquatech Group สู่ปีที่ 19 ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพ มาตรฐานระดับสากล และการบริการระดับมืออาชีพ ถ้าเทียบกับธุรกิจประเภทนี้ เรามีความพร้อมที่สามารถรองรับโครงการขนาดใหญ่ได้ ด้วยประสิทธิภาพของทีมงานที่มีประสบการณ์มายาวนาน รวมถึงทีมช่างที่มีความชำนาญเฉพาะทาง พร้อมสนองตอบความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม ตามแนวทางนโยบายหลักของบริษัท ที่ว่า สินค้าคุณภาพ บริการเยี่ยม เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

ด้วยทีมงานผู้บริหาร ที่มากด้วยประสบการณ์การทำงานในสายงานขายวัสดุก่อสร้างมากว่า 25 ปี จากความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง พร้อมทั้งได้รับการยอมรับและไว้วางใจเป็นอย่างดีจากลูกค้า ในฐานะบริษัทผู้จัดจำหน่ายและให้บริการวัสดุก่อสร้างพิเศษที่มีคุณภาพ นำเข้าจากโรงงานผู้ผลิตสินค้าชั้นนำทั่วโลก ที่ได้รับการรับรองคุณภาพ ผ่านการทดสอบมาตรฐานระดับโลก

สภาวะเศรษฐกิจแบบนี้มีผลกระทบธุรกิจมากน้อยแค่ไหน

ถ้ามองถึงภาพรวมของธุรกิจทั้งหมด คงตอบไม่ได้ว่ามีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ต้องรอดูอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากเราเป็นธุรกิจสินค้าเกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้าง จัดจำหน่ายและให้บริการแก่ผู้รับเหมาโครงการต่างๆ โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก คือ วัสดุกันซึม วัสดุป้องกันไฟ ฉนวนกันความร้อนและเสียง รวมทั้งวัสดุก่อสร้างพิเศษอื่นๆ เช่น หลังคาชิงเกิ้ล (หินเกล็ด ทองแดง ทองคำ ซิงค์ไททาเนียม) Architectural Louver & Dampers, Expansion Joint, Shutter Door, Laboratory Exhaust System และอื่นๆ ซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้เฉพาะสำหรับงานก่อสร้างพิเศษ ดังนั้น ถ้างานก่อสร้างลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ของภาครัฐและเอกชน เราก็มีผลกระทบด้วยอย่างแน่นอน โดยปริมาณงานโครงการทั้งขนาดกลางและใหญ่ ที่ทางบริษัทฯ มีอยู่ในขณะนี้ จะใช้ระยะเวลาในการทยอยส่งงานได้จนถึงกลางปีหน้า จากนั้นก็ต้องรอดูอีกทีว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศจะเป็นเช่นไร ต่อไป

ผลกระทบปีที่ผ่านมาทำให้ธุรกิจเป็นอย่างไรบ้าง

จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ยังมีผลไม่มากนักในปีที่ผ่านมา จึงทำให้ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย แต่คาดว่าจะมีผลกระทบมากขึ้นในปี 2552

กลุ่มลูกค้าในตอนนี้

ลูกค้าหลักของเราจะเป็นโครงการขนาดใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์สโตร์ต่างๆ โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารสูงต่างๆ ส่วนสินค้าที่ทางเรามีให้บริการเกี่ยวกับโครงการบ้าน ก็จะเป็น ฉนวนกันความร้อนและเสียง สินค้าของบริษัทฯ จะจัดจำหน่ายโดยตรงกับธุรกิจรับเหมาและเจ้าของโครงการ นอกจากนั้นเรายังได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังร้าน Modern Trade ต่างๆ เช่น HomePro และร้านค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคทุกประเภท

มองตลาดต่างประเทศไว้หรือเปล่า

จริงๆ แล้วสินค้าของเราทั้งหมดจะนำเข้าจากต่างประเทศอย่างเดียว 100% ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างพิเศษมาขายในบ้านเรา ต่อมาในช่วงปี 2549 เราได้ร่วมทุนกับทางเจ้าของผลิตภัณฑ์ Amonn Group (ITALVIS Protect) จากทางประเทศอิตาลี โดยได้รับการส่งเสริมจากกรมส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก่อตั้งโรงงานผลิตวัสดุสีป้องกันไฟ Protherm ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เรานำเข้ามาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่นิคมอุตสาหกรรมอิสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุสีป้องกันไฟ สำหรับโครงสร้าง ในเขตภูมิภาคเอเชีย ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในช่วงของการหาลูกค้าต่างประเทศ ที่ติดต่ออยู่ตอนขณะนี้ก็มีประเทศอินเดีย เวียดนาม ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ฯ โดยประเทศอินเดีย เป็นประเทศที่น่าสนใจมาก เพราะมีการขยายตัวด้านก่อสร้างค่อนข้างมาก สำหรับการส่งออกจะเริ่มจากวัสดุสีป้องกันไฟที่เราผลิตก่อน เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีมาตรฐานสากลรองรับ และเป็นสินค้าที่เราร่วมทุนผลิตในประเทศ แต่ในอนาคตเราจะพยายามหาสินค้าก่อสร้างพิเศษที่ผลิตในประเทศ และมีคุณภาพดี เพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นอีก

สถานการณ์ทางการเมืองบ้านเราตอนนี้มีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน

สำหรับตลาดในประเทศ มีผลกระทบแน่นอน แต่จะลดลงมากน้อยแค่ไหน คงจะต้องรอดูอีกสักระยะหนึ่ง และขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน

มีคู่แข่งเป็นใครบ้าง

คู่แข่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทขนาดเล็ก มีสินค้าเฉพาะบางชนิด และคุณภาพค่อนข้างต่ำ แต่จะเน้นราคาถูก ซึ่งต่างจากนโยบายของบริษัทฯ ซึ่งจะขายสินค้าคุณภาพสูง เน้นการบริการติดตั้งที่ดี สามารถสนองตอบความต้องการของลูกค้าได้ดี บริษัทฯ อยู่ในธุรกิจมาเกือบ 20 ปี เป็นที่รู้จักดีของบริษัทผู้รับเหมา สถาปนิก วิศวกร และผู้ออกแบบ

ผลงานที่ทางบริษัทได้ทำมา

พูดถึงผลงานเราเยอะมาก เช่นโรงไฟฟ้าราชบุรี โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ โรงไฟฟ้าพระนครใต้ สนามบิน รถไฟฟ้า สนามบินสุวรรณภูมิเราก็ทำค่อนข้างเยอะ พระราชวัง ห้างพาราก้อน โรงแรมดุสิตธานี และโครงการต่างๆ อีกมากมาย เพราะว่าเราทำงานมานาน 19 ปีแล้ว โครงการใหญ่ๆ ที่เห็นกันส่วนใหญ่ บริษัทเราจะมีส่วนร่วมอยู่ด้วย

ผลประกอบการที่ตั้งไว้ปีนี้ตั้งไว้ประมาณเท่าไหร่

จริงๆ แล้วตั้งไว้เพิ่มขึ้น 5-10 % ของปี 2551 ถ้าทำได้ถือว่าประสบความสำเร็จ แต่ถ้าได้เท่าเดิม ผมก็พอใจแล้ว การที่เราไม่ตั้งเป้าน้อยลง เพราะเราพยายามมากขึ้น โดยเพิ่มสินค้าใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้มียอดขายมากขึ้น อีกทั้งเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายมากขึ้น เช่น งานโครงการบ้าน จากเดิมที่เราไม่ได้ขายเลย และตลาดต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมียอดขายในปีนี้ นอกจากนี้ เรายังพยายามเน้นงานโครงการของรัฐเพิ่มขึ้น

คิดว่าสถานการด้านการเมืองแบบนี้ชาวต่างชาติมาลงทุนน้อยลงไหม

เรื่องนี้แน่นอนครับ อย่างที่บอกถ้ามีการลงทุนน้อยลง โครงการก่อสร้างก็น้อยลงด้วย เราก็จะมีงานน้อยลง อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว ตอนนี้มีเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจโลก จึงทำให้นักลงทุนต่างชาติหยุดลงทุน อีกทั้งปัญหาการเมืองในบ้านเรา จึงทำให้การลุงทุนต่างๆ ลดลงอย่างมาก ความรุนแรงและระยะการฟื้นตัวจะนานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองได้ผลแค่ไหน รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย

สุดท้ายจะฝากเรื่องอะไรไว้

อยากจะฝากเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจทุกภาคส่วน ทุกธุรกิจ จริงๆ แล้วธุรกิจด้านการก่อสร้างเป็นภาคธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งการพูดถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจจะต้องพูดถึงธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ และก่อสร้างต่างๆ ถ้าจะถามว่ากี่ปีเศรษฐกิจจะดีขึ้น ผมตอบไม่ได้ อย่างธุรกิจส่งออกได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ธุรกิจก่อสร้างผมมองว่ายังมีความจำเป็นเสมอ ตราบใดที่คนยังมีความต้องการที่อยู่อาศัย, ต้องมีการผลิต ผลกระทบก็มีบ้างแต่จะเป็นแค่การเติบโตลดลง แต่ท้ายที่สุด อยู่ที่การเตรียมการ และการปรับตัวของแต่ละองค์กร เป็นสำคัญ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น